2008/Feb/17

 

ตอนที่ 2 การก่อการร้ายที่ตึก 2

                เมื่อประเทศไทยต้องการทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ทั้งเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ และช่วยค้ำจุนสังคม จึงก่อให้เกิดการสร้างโรงเรียนที่มีมาตรฐานเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยขึ้นมา

                ปีศักราชเตรียมอุดมที่ 0068 เดือน 5

                ณ ตึกศิลปะ ฝ่ายสหพันธ์ได้รับมอบรีบอตเครื่องแรกของโลกมาจากบริษัทยุติธรรมอิเล็คทรอนิกส์ "โมเมนตัมรีบบอต" สหพันธ์เตรียมอุดมฯ ได้ทำการทดสอบการรบกับรีบอตตัวนี้ และได้ผลเป็นที่น่าพอใจยิ่งนัก จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าเพราะเหตุใด ในเวลาไม่นานรีบอตจึงกลายเป็นกำลังรบหลักของฝ่ายสหพันธ์

                ทว่า

                จากการรุกหนักของฝ่ายนวฤทธิ์ ด้วยกำลังรบที่เน้นการซุ่มโจมตี การตีฉาบฉวย และการโจมตีประบิดตัว ทำให้ฝ่ายสหพันธ์เสียเปรียบอย่างหนัก อาณาจักรที่เรียกตัวเองว่า นวฤทธิ์ นี้ เป็นกลุ่มของกองกำลังที่มาจากนักเรียนตึก 65 ปี ซึ่งเป็นตึกที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียน ต้องการแยกตัวออกเป็นอิสระจากเตรียมอุดมศึกษา และก่อตั้งโรงเรียนใหม่ขึ้นมา มีผู้นำคือ นวเรศ ฤทธิดล ประธานตึก

                การลอบจู่โจมคนทั้งตึก...

                นวฤทธิ์ได้ใช้เครื่องยิงระเบิด RPG เข้าจู่โจมตึกศิลปะ ฐานทัพของสหพันธ์  "ปฏิบัติการเฟนเรอร์" ส่งผลให้ตึกศิลปะถูกลบออกไปจากแผนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พร้อมๆกับโมเมนตัมรีบอต มีผู้เสียชีวิตจำนวนนับร้อยคน ซึ่งกลุ่มหนึ่งในนั้นมีนักเรียนที่ไม่สังกัดฝ่ายใดโดนลูกหลงไปด้วย ความเคียดแค้นเกิดขึ้นทุกหัวระแหง ฝ่ายสหพันธ์ที่แตกพ่ายไปได้รวบรวมตัวกันขึ้นมาใหม่ และใช้ตึก 2 เป็นฐานบัญชาการใหญ่ พร้อมประกาศสงครามกับพวกนวฤทธิ์อย่างเต็มรูปแบบ จนเวลายืดเยื้อมาเป็นเวลานานกว่า 4 เดือน...

                ปีศักราชเตรียมอุดมที่ 0068 วันที่ 9 เดือนกันยายน

ฐานทัพใหญ่ของสหพันธ์ - ตึก 2

"เห็นอะไรมั้ย บอย" ชาย 2 คนกำลังนอนซุ่มอยู่บริเวณสวนดอกไม้ระหว่างตึก 1 กับตึก 2 คนหนึ่งถือกล้องส่องทางไกลไว้ในมือ

"ชัดเจนเลยเบน" เขาตอบกลับ "ในบล็อกนี้ของตึก 2 มีแต่พลเมือง และอีกด้านหนึ่งของตึกมีรีบอตตั้งอยู่ 3 ตัว ทางด้านซ้ายมีทหารของสหพันธ์เดินมา 3 คน"

ทหารของสหพันธ์ที่บอยว่านั้น กำลังเดินขึ้นตึก 2 ไป เป็นผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 1 คน อยู่ในชุดนักเรียนและมียศประดับอยู่ที่ไหล่ซ้าย

"ปัดโธ่ว้อย รอด้วยดิฟะโอม" ทหารคนที่รั้งท้ายสุดตะโกนขึ้นแล้ววิ่งตาม 2 คนข้างหน้าไป

"ชั้นว่าแล้ว บิ๊ก นายเนี่ยสายเป็นประจำเลย พวกเราต้องรับมอบรีบอตนะวันนี้" ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มทักขึ้นมา เธอเป็นหญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมง ถักผมเปีย และสูงพอสมควรที่เดียว

"หนวกหูจริง รีบๆไปกันเถอะ บิ๊ก มิว" โอม ที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าหันกลับมาเร่งทั้ง 2 คน ทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังห้องแนะแนว

"นั่นมันรีบอต 3 ตัวใหม่ของทางสหพันธ์หรือเนี่ย" บอยส่องกล้องไปทางที่มีหุ่นยนต์ขนาดมหึมานอนอยู่ ทั้ง 3 ตัวมีรูปร่างคล้ายคน

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า อาวุธใหม่ของนวฤทธิ์เองก็มีพิษสงไม่แพ้กันหรอก"

"แต่ว่า เบน เราเองก็เพิ่งฝึกกับเจ้า "อิลลูชั่น" นี่ได้ไม่นาน พวกเราจะรับมือไหวเหรอ" บอยถามกลับอย่างหวั่นๆ สายตาเขายังไม่ละจากกล้องส่องทางไกล

"ถ้าแกปอดแล้วพวกเราที่เหลือจะเป็นยังไงล่ะ" เบนเอ็ด "เราลุยกันเลยดีกว่า เพื่อนายพลนวเรศ!!!"

ว่าแล้วทั้ง 2 คนก็ลุกขึ้นจากที่ซ่อน และวิ่งไปทางตึก 2 อย่างรวดเร็ว ไม่นานนักเสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังกระหึ่มไปทั้งบริเวณ แต่บอยและเบนไม่ตื่นตกใจใดๆ กลับกัน พวกเขากลับเอาคทาขึ้นมาคนละอัน และเริ่มท่องคาถาอะไรแปลกๆ

"ด้วยอำนาจแห่งดวงดาว และจันทรา ข้าขอปลดปล่อยเจ้า รีลีสสสสสสส" บอยกระโดดหมุนตัว 3 รอบ และเอาคทาฟาดที่พื้น ไม่นานนักตัวของทั้งคู่พลันขยายใหญ่ขึ้น เสียงดังกระหึ่มสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ตึก 2 บริเวณห้องตารางสอนก็พังทลายยับด้วยขนาดตัวของทั้งคู่ที่ใหญ่ขึ้น

"นี่แหละ พลังของอิลลูชั่นแห่งนวฤทธิ์" เบนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

โอม บิ๊ก มิว เหลียวหลังกลับมาดูที่มาของเสียงและแรงสั่นสะเทือน "นะ..นั่นมันอาวุธของนวฤทธิ์นี่"

"ทุกคนรีบหยิบคอนโทรลเลอร์ของรีบอตมาด่วน!! ขืนเป็นแบบนี้ตึก 2 ได้พังราบเหมือนตึกศิลปะแน่" โอมและพวกรีบวิ่งกลับไปทางห้องวิชาการ ตอนนี้ทหารทุกคนเริ่มแตกตัวและเตรียมการป้องกันฐานทัพอย่างเต็มที่แล้ว

ในเวลาเดียวกันนั้น ณ เขตอวกาศนอกโลกใกล้ดวงจันทร์

"ดูท่าทางจะไปได้สวยนะ พวกที่อยู่ข้างล่างนั่นน่ะ" ชายผมทรงสกินเฮด กำลังมองดูเหตุการณ์ณ์ผ่านทางมอนิเตอร์ในยานอวกาศของตน "ทางเราเป็นยังไงบ้าง ดร"

"ทุกอย่างเซ็ตเรียบร้อยครับ นายพลนวเรศ" ดรซึ่งเพิ่งกลับเข้ามาจากข้างนอกยานถอดหมวกของชุดยานอวกาศออก "ในเวลา 13 วัน ดวงจันทร์จะต้องพุ่งเข้าชนโลกบริเวณโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาอย่างแน่นอนครับ"

"หึๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ" นวเรศหัวเสียงแหลมลั่น น้ำลายซ่านกระเซ็นไปทั่วบริเวณ จนไม่รู้ว่ามันหัวเราะอีท่าไหน "บอยและเบนปฏิบัติหน้าที่ได้ดีทีเดียว แค่นี้พวกสหพันธ์ก็จะลืมระวังหลังไปสักพักล่ะ"

"นั่นเป็นเพราะการบัญชาการที่ยอดเยี่ยมของท่านนวเรศนั่นแหละครับ" ดรชื่นชม

"อย่ามายอกันเลยดร ทั้งที่ทำไปก็เพื่อชาวตึก 65 ของเรา" นวเรศพูดแล้วเบือนหน้าหนี สีหน้าเขาดูเศร้าลงทันใด "เรามาดูกันต่อดีกว่าว่าข้างล่างเป็นยังไง" แล้วทั้ง 2 คนก็ดูมอนเตอร์กันต่อ

"นะ...หนอยแน่ พวกแก กล้าดียังไงมาลอบโจมตีพวกเราอีก" มิวบังคับให้แท็กโซรีบอตลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปปะทะกับบอยและเบน

"แย่แล้ว มิว อย่าตื่นตูมไป กลับมาก่อน!!!" โอมรีบร้องห้ามมิวเมื่อท่าไม่ดี แต่สายไปเสียแล้ว รีบอตของมิวโดนบอยตดใส่จนกระเด็นกลับมา เมนคาเมร่าได้รับความเสียหายจนไม่สามารถมองเห็นได้

 

 

To be Continued...

 

edit @ 17 Feb 2008 18:42:03 by Roy Mustang

2008/Feb/17

        ปีศักราชเตรียมอุดมที่ 0068 เพียง 3 ปีหลังจากการสร้างตึก 65 ปี หรือที่เรียกกันว่า"ตึก 10" ซึ่งเป็นตึกใหญ่ขนาด 9 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณข้างตึก 8 นักเรียนม.4 ที่เข้ามาใหม่ทุกห้องจะอยู่ที่ตึกนี้ทั้งหมด และด้วยขนาดของตึกนี้นั่นเอง จึงสามารถทำให้โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสามารถรับนักเรียนเป็นจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมได้ 

       นวเรศ ฤทธิดล ประธานตึก 65 ปี คนล่าสุด เบื่อหน่ายกับการปกครองจากส่วนกลางของโรงเรียน จึงคิดที่จะแยกตัวออกไปและตั้งตนเป็นโรงเรียนใหม่ และได้รวบรวมสมัครพรรคพวก ทั้งนักเรียนในตึก และนักเรียนนอกตึกที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ก่อตั้งเป็นกองทัพประจำตึก 65 ปีขึ้นมา พวกเขาเรียกตัวเองว่า “อาณาจักรนวฤทธิ์” อุดมการณ์ของพวกเขามีหนึ่งเดียวและแน่วแน่ นั่นคือแยกการปกครองออกเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์

       ทว่า ทางโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเมื่อเกิดเหตุการณ์ก่อกบฏนี้ ได้รวบรวมคณะกรรมการนักเรียน หรือ กน. และหัวหน้าตึกอื่นๆทั้งหลายรวมกันเป็นกองทัพประจำโรงเรียน หรือ “สหพันธ์เตรียมอุดม” เพื่อต่อต้าน ป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำของพวกนวฤทธิ์โดยเฉพาะ ซึ่งในคราแรก กองทัพสหพันธ์ฯ ควรจะมีชัยไปด้วยกำลังที่เหนือกว่า แต่สงครามกับยืดเยื้อมาเป็นเวลานานนับเดือน และ ณ บัดนี้ สงครามระหว่างการปลดแอกของนวฤทธิ์และความพยายามในการรวมอำนาจของสหพันธ์เตรียมอุดมก็ได้ดำเนินมาจนเกือบถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

       ท่ามกลางความตรึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นทุกทีนับตั้งแต่สงครามเริ่ม ทำให้เกิดการสะสมกำลังอาวุธและกดดันคู่ต่อสู้ในทุกวิถีทาง หนึ่งในนั้นคือการที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ว่าจ้างให้บริษัท ยุติธรรมอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่มีเส้นสายอยู่ในเตรียมอุดมมากมาย ตั้งแต่การก่อสร้างตึก ขายอาหาร ไปจนถึงการจัดสวน ช่วยประดิษฐ์อาวุธจักรกลขนาดใหญ่ให้ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพต่างๆกันไปตามออเดอร์การผลิต และในเวลาเพียงไม่นาน อาวุธจักรกลขนาดใหญ่นี้ หรือเรียกง่ายๆว่า “รีบอต” ก็ได้กลายเป็นกำลังหลักในกองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายทันที

        รีบอตนั้นมาจากคำว่า Remote Robot หรือหุ่นยนต์บังคับจากระยะไกล โดยคนบังคับจะมีแผงควบคุมเป็นคันบังคับคล้ายจอยเกมส์ไร้สาย สามารถควบคุมได้ในรัศมี 5 กิโลเมตร รีบอตเครื่องแรก มีลักษณะเป็นหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายคน สูง 12 เมตร มีอาวุธติดตัวคือบีมเซเบอร์ (ดาบบีม) และช็อตกัน 350 มม.  ประทับด้วยโล่บริเวณแขนซ้าย และมีกล้องหลัก (เมนคาเมร่า) อยู่บริเวณกาเจี๊ยว  ยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ผลิตให้แก่สหพันธ์ฯ โดยตั้งชื่อว่า “โมเมนตัม รีบอต” แต่เป็นที่น่าเสียดายว่ารีบอตตัวต้นแบบนี้ได้พังทลายจากการเข้าปะทะกับนวฤทธิ์จนไม่สามารถใช้การได้แล้ว ทว่าจากข้อมูลพื้นฐานของมัน ทำให้เกิดรีบอตในสายการผลิตต่อๆมามากมาย รวมไปถึงรีบอตในสายการผลิตปัจจุบัน ที่ทางสหพันธ์ได้มาอีก 3 ตัว คือ ไทเทรตรีบอต โมเมนต์รีบอต และแท็กโซรีบอต ทั้ง 3 ตัวได้ถูกเก็บซ่อนไว้ที่ตึก 2 ซึ่งเป็นฐานทัพใหญ่ของสหพันธ์....

วันที่ 9 เดือนกันยายน ปีศักราชเตรียมอุดมที่ 0068
ฐานทัพใหญ่ของสหพันธ์ – ตึก 2 ห้องแนะแนว


“เฮ่ย รอด้วยดิฟะ โอม” ชายคนหนึ่งในชุดทหารของสหพันธ์วิ่งตามเพื่อนเขาไปยังทางที่รีบอตทั้ง 3 ตัวนอนอยู่

To be Continued…

edit @ 17 Feb 2008 18:38:01 by Roy Mustang

2007/Oct/25

 

 "The worst movie of this or any year"
by New Yorg Times

"หนังตลกที่ดีที่สุดในปีนี้"
by ชัด คม ลึก

ถึงแม้นี่จะเพิ่งเดือนตุลาคม และมีหนังอีกนับสิบเรื่องรอเดินโรงฉายก่อนจะถึงฤดูประกาศรางวัล แต่คงไม่เป็นการด่วนสรุปจนเกินไปนักหากจะบอกว่า โอปปาติก คือหนังตลกที่ดีที่สุดในปีนี้ แต่ปัญหาก็คือ มันไม่ใช่หนังตลกเนี่ยสิ...

ไปดูมาแล้ว!!! โอปปาติก หนังที่ว่าด้วยเรื่องของคนตายที่ยังเวียนว่ายในโลกของคนเป็น (นั่นคือสิ่งที่ใบปิดหนังบอกน่ะนะ) ออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่คนที่ถนัดในเรื่องธรรมะธัมโมแนวนี้เท่าไหร่ แต่ไอ้สิ่งที่ผมกำลังจะเขียนวิจารณ์อย่างเสียมิได้ต่อไปนี่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกัน

 อ้อ แล้วถ้าใครรู้จักผมมานานล่ะก็นี่เป็นหนังที่ผมเขียนวิจารณ์หลังจาก M:I3 นั่นมันก็ปีครึ่งมาแล้ว = =

อย่างที่บอก มันเหลืออดแล้วจริงๆ

เมื่อกลางเดือนมีโอกาสได้ไปดูครอบครัวตัวดำ แต่ก็ยังไม่หนักเท่าเรื่องนี้ โอปปาติกเป็นเรื่องของคนที่ฆ่าตัวตายแล้วบังเอิญเป็นพวกแรร์ไอเท็ม เลยฟื้นทันทีแล้วได้พลังพิเศษพร้อมคำสาปมา (ซึ่งไม่เห็นว่ามันจะคุ้มค่าตรงไหน)

1.หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่รบกวนโสตประสาทคนดูในทุกแง่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตา หู หรือกระทั่งสมอง เนื่องจากคุณจะต้องทนกับฉากอันมืดมัวอึมครึมของเรื่องราวกับเรื่องไม่มีกลางวันอย่างนั้นแหละ (และถึงแม้เป็นกลางวันมันก็ยังมืด) รวมไปถึงฉากเลือดกระฉูดและทหารตายเป็นเบือยิ่งกว่าหนัง "ยิงแม่มเลย" หรือ ต้มยำกุ้ง

2.คุณต้องรับมือกับบทหนังที่เหมือนจะไม่ได้เขียนขึ้นมาเลยมากกว่า การกระทำของตัวละครต่างๆไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง การเล่าเรื่องดูสับสนมึนงงเพราะตัวละครเยอะเกินจนแจกบทไม่ครบ และเกินการข่มกันเองและแยกไม่ออกว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน

ขอแยกพิจารณาความเวอร์ตามตัวละครแต่ละตัวเพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้

3.ไปศล (พี่คริตนั่นแหละ)
ความสามารถ : หยั่งรู้ทุกจุดตายของศัตรู สังหารได้ด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว
คำสาป : เมื่อฆ่าใครก็จะมีบาดแผลเกิดขึ้นตามตัวเช่นคนที่โดนฆ่า
ความเวอร์/ไร้เหตุผล : ตลอดทั้งเรื่องเราจะเห็นพี่คริตใช้ทั้งปืน มีด กริช(แล้วแต่ว่าจะเรียกมันว่าอะไร) ฆ่าคนซ้ำแล้วซ้ำเล่าและพี่แกก็ไม่ตายสักที ใช่ครับ ถึงแม้พี่แกจะยิงได้แม่นยำขนาดไหน แต่พี่แกก็น่าจะยิงได้ทีละคน ฉะนั้นการที่เอาไอ้คนเป็นสิบมารุมแล้วไม่ตายนี่มันออกจะ....ที่สำคัญคือแผลที่เกิดจากคำสาปนี่นับเฉพาะแผลฟันสินะ ไอ้ที่ยิงเค้านั่นไม่นับเพราะไม่ขึ้นเลย? อืมม

4.เตชิต (ลีโอ พุฒ)
ความสามารถ : อ่านใจ
คำสาป : อ่านแล้วสัมผัสทั้ง 5 จะเริ่มเสื่อม
ความเวอร์/ไร้เหตุผล : เป็นตัวละครที่ผมชอบที่สุด แต่ทำไมพี่แกต้องรับใช้ศดก ทำไมเหมือนพี่แกยิงปืนแม่น แล้วสุดท้ายที่พี่แกเหมือนจะเสียสัมผัสทั้ง 5 ไปเกือบหมดแล้วทำไมยังสู้เหมือนคนปกติอยู่ได้ แล้วทำไมตอนจบเหมือนพี่แกจะตายแต่เหมือนจะไม่ตาย เอ๊ะยังไง (วะ)

5.อรุษ (จำถูกปะวะ (เร แมค))
ความสามารถ : เอ่อ ตอนกลางวันคนดี ตอนกลางคืนคนเลว? มันสามารถตรงไหนฟะ = =
คำสาป : เอ่อ หรือมันอันข้างบนฟะ? ช่างแม่งละกัน
ความเวอร์/ไร้เหตุผล : จับมันให้ได้ก่อนตะวันตกดิน!! นี่คือคำพูดที่พี่ออฟสั่งลูกน้องตอนไล่ล่าอีกตานี่ ก็แล้วทำไมคุณพี่ไม่ล่ามันตั้งแต่ 7 โมงเช้าล่ะคร้าบบบบ อย่าแปลกใจถ้าคุณจะเดาเนื้อเรื่องต่อไปออก นั่นคืออาทิตย์ตกดินแล้วพี่แกก็โหดโดยสิ้นเชิง แต่เว้ากันซื่อๆ ตอนกลางวันพี่แกก็ไม่ได้เป็นคนดีเท่าไหร่นี่หว่า = =

6.จิรัสย์ (เต๋า)
ความสามารถ : ตายแล้วฟื้น
คำสาป : ตอนฟื้นมันทรม๊าณ ทรมาณ
ความเวอร์/ไร้เหตุผล : ถึงแม้จะอยู่มานานกว่าเพื่อน แต่มันไม่ได้ฉลาดเล้ยในการช่วยเหลือเพื่อนโอปปาติก หรือการเอาตัวรอดต่างๆ เช่นตอนที่เตือนว่าอย่าไปหลงกลสาวปราณ แต่ตูไม่อยากบอกเมิงดี (พูดง่ายๆอยากมีเรื่องก็บอกมาเถอะ) หรือคิดว่าตายแล้วฟื้นได้เรื่อยๆ เลยจะโง่ยังไงก็ได้ = = และที่สำคัญ อะไรจะเกิดขึ้นถ้าไอ้นี่เป็นตัวร้ายที่ร้ายโดยสิ้นเชิง ยอดมนุษย์อย่างลุงออฟก็หยุดมันไม่ได้หรอกฮะ นี่ดีนะมันเป็นคนดี = =

7.รามิล (อธิป)
ความสามารถ : มีสมุน(เจตภูติ)
คำสาป : ใช้เยอะๆแล้วหน้าตาจะอัปลักษณ์คล้ายเจตภูติ
ความเวอร์/ไร้เหตุผล : อืมมม คนนี้ไม่ค่อยเท่าไหร่นะ ออกจะชอบด้วยซ้ำ เพราะตอนที่มันแยกเจตภูติออกมาน่ะโคตรเท่เลย รอดตัวไปนะคุณพี่

8.ธุวชิต (ลุงออฟ)
ความสามารถ : ถ้าสู้กับโอปปาติกทีไร ทหารเป็นร้อยจะเหลือเค้าเป็นคนสุดท้ายและไม่ตายสักที
คำสาป : ทหารที่ทำงานกับเค้าจะโดนฆ่าจนไม่เหลือหรอ
ความเวอร์/ไร้เหตุผล : ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ ถ้าไปดูจะเห็นว่าลุงแกเป็นคนธรรมดาแต่ฆ่าโอปปาติกไปตั้ง 3 คน แล้วทำไมลุงแกเป็นคนเดียวในหน่วยที่ไม่ใส่หน้ากาก จะได้ดูออกน่ะรึว่ายังไงหมอนี่ก็ไม่ตายเด็ดขาด หรือเพราะเป็นหัวหน้า = = สรุปแล้วหนังเรื่องนี้จะบอกพวกเราว่า ฆ่าตัวตายมันไม่ดีนะโยมเอ้ย สู้เป็นมนุษย์เดินดินแบบลุงดีกว่า ทำไงก็ไม่ตาย ชะชะช่า

9.ศดก (ลุงนิรุตน์ สะกดถูกมั้ยวะ)
ความสามารถ : สร้างภาพลวงตา
คำสาป : เอ่อ อะไรฟะ จำไม่ได้
ความเวอร์/ไร้เหตุผล : พี่แกว่ากินโอปปาติกครั้งนึงจะอยู่ไปได้ร้อยปี แล้วทำไมเพิ่งจะมาล่าตอนที่เหลือเวลาอีก 8 วันจะครบร้อยปีล่ะเนี่ย ล่าไว้ก่อนไม่ได้รึ ดูสิเนี่ยช้าจนเวลาหมด นี่มันนิสัยคนไทยเลยนี่หว่า =[]=!!! แล้วลุงแกมีบุญคุณอะไรนักหนากับธุวชิต ถ้ามีคนเอาไปแต่งโดนี่เขียน 2 คนนี้วายกันได้เลยนะเนี่ย แล้วที่พี่แกอยากกินหัวใจของเต๋า เพราะอยากเป็นอมตะงั้นสิ? แล้วไอ้ 4 ตัวที่เหลือจะล่าให้มากความทำไมคร้าบ = =

10.ทหารลิ่วล้อจำนวน 2 แสนนาย
ความสามารถ : สามารถปรากฎตัวบนจอได้ไม่ถึง 10 วินาทีและตาย มีจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ และมีความสารถในการเอาตัวรอดต่ำจนติดลบ
คำสาป : ถ้าใส่หน้ากากแล้วจะตายทันที
ความเวอร์/ไร้เหตุผล : ก็อย่างที่ว่าไปอีก ไอ้พวกนี้มันมีจำนวนมาก มากๆสัดๆ มากกว่าผู้ร้ายในยิงแม่มเลย และยิ่งไปกว่านั้นคือไม่ปรากฎที่มาว่ามาจากหน่วยไหน ใครบัญชาการ (ที่ไม่ใช่ลุงออฟ) และไม่เคยผ่านการฝึกมาก่อนหรืออย่างไร พวกเขาเหล่านี้อย่าว่าแต่มีทักษะทางการรบต่ำเลย ทักษะการเอาตัวรอดในฐานะมนุษย์ธรรมดา ปัญญา และไหวพริบเล็กๆน้อยๆ ยังไม่มีด้วยซ้ำ

แฮ่กๆ เหนื่อย ทุกท่านคงจะสังเกตได้ว่าผมไม่ได้พูดถึงผู้หญิงคนเดียวในเรื่องนี้(ถ้าไม่นับเด็กกับน้องหมาที่โผล่มา) ปราณ ที่รับบทโดยเชอร์รี่ เนื่องจากเป็นตัวละครไร้สาระและไม่มีที่มาที่ไปอย่างมาก และทุกฉากที่เธอปรากฎตัวนั้นจะพูดแต่คำพูดลิเกๆ เข้าใจยากๆ และออกแนวปรัชญา เธอเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย = =

 ในแง่ของเอฟเฟค 80 ล้าน นับว่าทำได้ดี แต่มันได้ไม่คุ้มเสียเนี่ยซี่ ไม่ใช่ว่าทำฉากแอคชั่นดีแล้วบทจะทิ้งขว้ายังไงก็ได้นะเฟร้ย =[]=!! การตัดต่อก็ทำได้แย่สุดๆ การเล่าเรื่องสลับไปสลับมา บลาๆๆๆ

สรุป!!! ผมจะให้การย่อๆ พอให้คนที่ขี้เกียจอ่านข้างบนพอเข้าใจได้ก็แล้วกัน

1.โอปปาติก เป็นหนังที่ค่อนข้างกระท่อนกระแท่น ไม่น่าจดจำ และไม่สร้างความประหลาดใจให้ผู้ชมแม้แต่ปลายก้อย
2.ถึงแม้ว่าหนังจะอุดมไปด้วยคนไม่ใช่คนสารพัดรูปแบบ แต่ทุกนาทีที่หนังผ่านไปมันดูน่ารำคาญมากกว่าตื่นเต้น
3.ผกก.ไม่บ่งบอกเหตุผลอันเด่นชัดใดๆ ว่าทำไมต้องใช้วิธีการเล่าเรื่องด้วยวิธีการดังกล่าว นอกจากต้องการจะสร้างความสับสนให้กับคนดู
4.สำหรับคนดูที่สนุกกับหนังเรื่องนี้ คือการได้จับผิดตัวละคร และจับฉากหลุดๆที่มีเยอะแยะมากมาย
5.ถึงแม้หนังจะอุดมไปด้วยยอดดารา แต่ยอดมนุษย์อย่างพวกเขายังไม่สามารถช่วยคนดูให้พ้นจากอาการสลึมสลือตลอดระยะเวลาการดูหนังเรื่องนี้ได้
6.ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใด ถ้าจะมีคนยกนาฬิกาขึ้นมาดูใน 10 นาทีแรกที่หนังเพิ่งเริ่ม
7.ส่วนคุณงามความดีเพียงอย่างเดียวของมันคือฉาก CG บางฉากที่สวยดี

หนังเรื่องนี้ควรจะได้คะแนนติดลบ เพราะมันไม่จัดหาความบันเทิงใดๆให้พวกเราอย่างที่หนังสมควรจะทำเลย

ปล.ผมสนับสนุนหนังไทยครับ

 

 

edit @ 26 Oct 2007 19:28:45 by Roy Mustang



Gundam Seed Cartoon
View full profile